Get Adobe Flash player



บ้านป่องนัก

เรือนพลับพลาที่ประทับของพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์





บ้านป่องนัก   "ป่อง" เป็นภาษาคำเมือง แปลว่า "ช่อง" คำว่า “นัก” หมายถึง จำนวนมาก “บ้านป่่องนัก” จึงหมายถึงบ้านที่มีช่องหน้าต่างจำนวนมาก หน้าต่างของบ้านทั้งด้านบน และ ด้านล่างของบ้าน ที่มีลักษณะ เป็นหน้าต่างบานเกล็ดไม้อยู่รายล้อมรอบบ้าน ซึ่งมีจำนวนมากถึง ๒๕๐ บาน และ มีช่องหน้าต่างกว่า ๔๖๙ ช่อง ตัวบ้านสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป แบบคลาสสิคสมัยกรีกผสมสถาปัตยกรรมไทย มีลักษณะเป็น อาคารไม้ ๒ ชั้นยกพื้้นเตี้ย มีหน้ามุขแบบ ๕ เหลี่ยม จำนวน ๕ มุข มีช่องลมลายฉลุที่เรียกว่าขนมปังขิง (gingerbread) ตัวบ้านจะมีบันไดจำนวน ๒ บันได ได้แก่ บันไดด้านหน้า สำหรับเจ้านาย  ส่วนบันไดด้านหลัง สำหรับข้าราชบริพาร


จำนวนมากถึง ๒๕๐ บาน มีช่องหน้าต่างกว่า ๔๖๙ ช่อง


ช่องลมลายฉลุที่เรียกว่าขนมปังขิง



บันไดหน้าสำหรับเจ้านาย



บันไดหลัง สำหรับข้าราชบริพาร




หัวเสาแบบไอออนิก สถาปัตยกรรมกรีก


ห้องทรงงาน และห้องบรรทม บริเวณชั้น ๒

ประวัติและความสำคัญ     

      โดยที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดวันเสด็จพระราชดำเนิน มณฑลพิษณุโลกและมณฑลพายัพเป็นการแน่นอน ในวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๙ และตาม หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินฯ ครั้งนี้ จะประทับแรมในค่ายทหาร ลำปาง วันที่ ๑๐ - ๑๒ และ วันที่ ๑๙ - ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙   

      ดังนั้น พันโท มหาณรงค์เรืองเดช ซึ่งเป็นผู้บังคับกองพันที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๗ อยู่ในขณะนั้นได้เป็นผู้อำนวยการสร้างที่ประทับถาวรขึ้นในบริเวณค่ายทหาร  และจัดปลูกที่พักสำหรับข้าราชการบริภาร สำหรับที่ประทับถาวรนั้น สร้างเป็นอาคารประเภทกึ่งถาวร ขนาดกว้าง ๑๕.๐๐ เมตร ยาว ๒๕.๐๐ เมตร สูงจากพื้นดินถึงพื้นชั้นล่าง ๐.๘๐ เมตร สูงจากพื้นชั้นล่างถึงขื่อชั้นบน ๗.๕๐ เมตร พื้น ประตู หน้าต่าง ทำด้วยไม้เต็งรัง หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ ขนาด ๙x๙ นิ้ว ตัวอาคารที่ประทับทาสีน้ำมัน สีฟ้า สีครีม สีเหลือง สร้างโดยกรมยุทธการทหารบก และสร้างเสร็จเมื่อปีพุธศักราช ๒๔๖๘ (ก่อนเสด็จพระราชดำเนิน)  ราคาก่อสร้างทั้งสิ้น ๑๖,๐๐๐ บาท









พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช     รัชกาลที่ ๙  พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ ทรงประทับแรม  ณ พลับพลาแห่งนี้เช่นกัน เมื่อครั้งได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๑





เมื่อวันที่ ๑๓ - ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดลำปาง และประทับแรม  ณ กองบัญชาการมณฑลทการบกที่ ๗ (บ้านป่องนัก)  

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๑


  • เวลา ๐๘.๐๐ น. เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากที่ประทับไปทอดพระเนตรกิจการสถานีบ่มใบยาแม่กรณ์ และเยี่ยมราษฎร อำเภอพาน สถานีประมงกว๊านพะเยา โรงเรียนพะเยาพิทยาคม
  • เวลา ๑๖.๐๐ น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระยนต์พระที่นั่ง จากกว๊านพะเยาไปจังหวัดลำปาง ถึงซุ้มต่อเขตจังหวัดเชียงราย - ลำปาง ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าฯ ถวายพระแสงราชศัสตราประจำจังหวัดลำปาง เสร็จแล้ว เสด็จประทับ ณ ค่ายทหารสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งทางราชการทหารจัดถวายเป็นที่ประทับแรม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๗ กราบบังคมทูลพระกรุณานำนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พร้อมด้วยภริยาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลพระกรุณานำภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดลำปาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงลำปาง สรรพสามิตเขต ๕ พระเพ็ชร์คีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง นายกเทศมนตรีเมืองลำปาง พร้อมด้วยภริยาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสด็จแล้วเสวยพระกระยาหารค่ำ ณ ที่ประทับ
  • เวลา ๑๘.๐๐ น. เศษ ตอนกลางคืนได้มีการแสดงของนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ แสดงทอดพระเนตร ไปจนถึงเวลา ๒๒.๐๐ น. จึงยุติ

วันศุกร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๑

  • เวลา ๐๘.๐๐ น. เสด็จพระราชดำเนินออกหน้ามุขที่ประทับ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๗ กราบบังคมทูลพระกรุณา นำนายทหารและภริยาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
  • เวลา ๐๙.๐๐ น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับไป ณ พลับพลาที่สนามหน้าโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางกราบบังคมทูลพระกรุณา นำข้าราชการ พร้อมด้วยภริยาและราษฎรเฝ้าฯ
  • เวลา ๑๐.๓๐ น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ไปทรงนมัสการพระแก้วลำปางหลวง ซึ่งอันเชิญมาประดิษฐานชั่วคราว ณ วัดพระแก้วดอนเต้า
  • เวลา ๑๑.๐๐ น. เสด็จฯ โดรยถนต์พระที่นั่งจากวัดพระแก้วดอนเต้า ไปทอดพระเนตรกิจการเหมืองลิกไนท์แม่เมาะ ปลัดกระทรวงเกษตรกราบบังคมทูลพระกรุณา นำอธิบดีกรมชลประทาน และนายช่างผู้อำนวยการองค์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตลิกไนท์แม่เมาะ ทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ เหมืองลิกไนท์แม่เมาะ
  • เวลา ๑๔.๐๐ น. ทอดพระเนตรกิจการเหมืองลิกไนท์แม่เมาะ เสร็จแล้ว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากเหมืองลิกไนท์แม่เมาะ ไปยังโรงงานน้ำตาลไทยลำปาง ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลพระกรุณานำนายอำเภอเกาะคา และผู้จัดการโรงงานน้ำตาลไทยลำปาง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นายอำเภอเกาะคากราบบังคมทูลพระกรุณานำข้าราชการและราษฎรเฝ้าฯ แล้วผู้จัดการโรงงานน้ำตาลไทยลำปาง นำเสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการโรงงานน้ำตาลไทย และเสวยพระสุธารส เสร็จแล้ว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งกลับที่ประทับ เสวยพระกระยาหารค่ำ


วันเสาร์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๐๑

  • เวลา ๐๘.๐๐ น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปอำเภองาว เพื่อให้ราษฎรอำเภองาวได้มีโอกาสเฝ้าทูล                     ละอองธุลีพระบาทโดยทั่วถึงเวลา ๑๑.๓๐ น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ว่าการอำเภองาวไปจังหวัดแพร่ 
  • เวลา ๑๑.๕๐ - ๑๓.๔๕ น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ   เสด็จ  ณ ที่ว่าการอำเภองาว (หลังเก่า) เพื่อเยี่ยมเยือนราษฎรในพื้นที่